Stmeen's Blog


[Q.4]Professional Interview
October 7, 2009, 4:58 pm
Filed under: Uncategorized

ข้าพเจ้าได้เจอกับ”พี่กร”ที่สถาบันศิลปะ Art for Ent
หลังจากที่ข้าพเจ้าได้เลือกที่จะลองเรียนพื้นฐานด้านสถาปัตยกรรมแล้ว ข้าพเจ้าและญาติผู้พี่จึงได้ตัดสินใจมาติวที่สถาบันแห่งนี้
และทำให้ข้าพเจ้าได้พบกับ พี่กร “หรือ คุณ กร ทองทั่ว”
วิธีสอนที่เข้าใจง่าย รวมถึง ความใจดี และเท่ของพี่ติวในตอนนั้น ทำหใ้ข้าพเจ้ารุ้สึกว่าคนเรียนคณะนี้เท่จริงๆ
หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ได้ทราบว่า พี่กรจบมาจาก สถาปัตย์ ลาดกระบัง และนั่นเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้าคุ้นเคยและปลาบปลื้มกับสถาบันแห่งนี้ตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน

ข้าพเจ้าได้ทำการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เนื่องจาก พี่กรไม่มีเวลาว่างมากนัก และงานยุ่งเต็มไปหมด แต่ยังสละเวลามาให้สัมภาษณ์แก่ข้าพเจ้าเกือบชั่วโมง
ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถนำรูปถ่ายของข้าพเจ้าที่กำลังสัมภาษณ์ได้

ข้าพเจ้าจะขอแสดง บันทึกการสัมภาษณ์ไว้ ณ ที่นี้

สัมภาษณ์ วันที่ 8 ตุลาคม 2552 เวลา 14.39 น.
ผู้สัมภาษณ์ น.ส. ชนันพร โกยสมบูรณ์ 48020059 ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สจล.
ผู้ให้สัมภาษณ์ พี่กร ณ บ. Brown Houses

———————————————————————-
ชื่อ-สกุล :
กร ทองทั่ว

ชื่อบริษัท และตำแหน่ง :
บริษัท BrownHouses ตำแหน่ง Design Director Architect

มีอาชีพอื่นๆด้วยรึเปล่าคะ :
เป็นอ.พิเศษสอนอินทีเรียที่ ศิลปากร
และเปิดโรงเรียนสอนศิลปะ เด็กไทยสร้างสรรค์ เดิมคือ Art For Ent’ (เปิดมาประมาณ13 ปีแล้ว)

ประวัติการศึกษา :

จบปริญญาตรีจาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง
Lighting Design จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

[Q.] อยากจะให้ช่วยเปรียบเทียบข้อดี ด้อยของสถาบันอื่นกับ ลาดกระบัง :
แต่ละที่สอนคนละแบบ มีจุดเด่นไม่เหมือนกันเลย ดีกันคนละแบบนะ

[Q.] เกี่ยวกับการศึกษาในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นรุ่นที่เท่าไหร่ รหัสอะไรคะ :
จำไม่ค่อยได้แล้ว พี่เรียนจบมาปี 37-38 นี่แหละ รหัส 32

[Q.] ทำไมถึงเรียนคณะนี้ และตอนเรียนรู้สึกยังไงคะ :
ตั้งใจจะเป็นอยู่แล้ว เพราะมีความชอบศิลปะ ทำงานศิลปะ แต่ก็ต้องทำงานเลี้ยงปากท้อง เป็นเรื่องธุรกิจด้วย
ตอนที่พี่เรียนก็ทำงาน รับจ๊อบไปด้วย เลยมีประสบการณ์ตั้งแต่ ปีสาม แต่เพราะรับงานมาเยอะ ก็เลยต้องทำ ทีสิส 2 ครั้ง แต่ตอนจบไป ในขณะที่เพื่อนๆในรุ่นได้เงินเดือนสมัยนั้นประมาณ หมื่นต้นๆ แต่ของพี่ เริ่มที่ 18,000 บาทเพราะมีประสบการณ์และงานให้ได้เห็น ส่วนตอนเรียนพี่ก็แฮปปี้ มีความสุขกับงานดีนะ มีเหนื่อยบ้าง เบื่อบ้างเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องสนใจ ไม่มีอะไรที่มันแฮปปี้ตลอดทุกวันหรอก

[Q.] ตอนเรียนจบได้ตั้งความหวังอะไรบ้างรึเปล่าคะ :
พี่ไม่ได้มุ่งแค่การออกแบบเก่งอย่างเดียว ถามตัวเองว่า สถาปนิกคืออะไร ถ้ารู้เรื่องวัสดุ เสป็คได้ รู้เรื่องการจัดการบริหารได้ พรีเซ็นท์ได้ ทำให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ครบวงจร ไม่ใช่แค่ออกแบบเก่งอย่างเดียว แต่ระบุอะไรไม่ได้เลย
แต่ที่ตั้งใจอยากจะทำก็คือ โรงเรียนสอนศิลปะ ซึ่งตอนนี้ก็ยังอยากเป็นครูกรแบบเดิมอยู่

[Q.] พบจบไปได้ทำงานกับเด็กเก่าจากลาดกระบังมั่งรึเล่าคะ :
ก็ได้ทำงานร่วมกันบ้าง จริงๆแล้วพบจบมาก็ช่วยงานอาจารย์ก่อน แต่เพราะทำงานตอนปี 3 ทำกับ Palm Architect A49 แต่ตอนนั้นยังไม่มี IA 49 มีแค่แผนกอินทีเรีย พี่ก็ไปทำงานเป็นสถาปนิกของที่นั่น ที่รู้จักเพราะมีพี่ชายทำงานอยู่ แต่สุดท้าย พี่กลับไม่ชอบที่จะนั่งทำงานที่นั่น เพราะสถาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน สังคมต่างกัน เรื่องพูดคุยไม่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าที่นั่นไม่ดี หรือลาดกระบังไม่ดี แต่เหมือนกับว่า มันต่างกันมากกว่า สุดท้ายก็เลยออกมา แต่ก็ยังส่งงานไปให้อยู่ เพียงแค่ไม่ได้ไปนั่งทำงานอยู่ที่นั่น ส่วนเพื่อนๆ รุ่นพี่่ คนอื่นๆบางคนก็ไปเป็นอาจารย์ที่สถาปัตรังสิต ไปเป็นผู้ช่วยคณบิดี เป็นลูกจ้างตามบริษัทบ้าง แต่เงินเดือนก็ 7 80,000 จนเป็นแสนก็มี แต่ของพี่กรเองเป็นเจ้าของเอง ก็เลยไม่ต้องไปโคกับใครมากนัก

[Q.] แล้วได้กลับมาทำกิจกรรม หรืองานอะไรที่คณะบ้างมั๊ยคะ:
แรกๆจบมาก็กลับๆไปบ้าง งานศิษย์เก่าเอย อะไรเอย แต่หลังๆก็ไม่ว่าง ไม่ได้กลับไปเลย

[Q.] คิดว่าการเรียนปัจจุบันและในสมัยของพี่มีอะไรแตกต่างกันบ้างมั๊ยคะ :
เสก็ตช์ในกระดาษไม่เป็น…..จับแต่คอม (เหมือนจะโดนเอง)พอให้ขึ้นงานอะไรก็ เปิด ออโตแคด ไอเดียเขียนออกมาไม่เป็น เปิดคอม ทำในคอม ส่งในคอมอย่างเดียว(พี่กรตอบด้วยน้ำเสียงละเหี่ยใจ) จะเขียนให้เนี้ยบ ให้สวย แต่ไม่มีไอเดีย บางอันก็ผิดตั้งแต่เริ่มแล้ว ไม่รู้จะเขียนต่อทำไม จริงๆแล้ว 3D จ้างเอาก็ได้ พวกพรีเซ็นเทชัน ก็หาคนรับทำเอา แต่ไปเป็นสถาปนิกน่าจะดีกว่า แต่พี่ก็รับได้นะ ในการใช้คอมพิวเตอร์ มันคนละยุคกันแล้ว

[Q.] แล้วตอนนี้คิดยังไงกับสถาปัตยกรรมในประเทศไทยคะ :
ก็ดีนะครับ งานดีไซน์เยอะขึ้น ดีขึ้น มากขึ้น ดี เห็นแล้วสบายใจ งานออกแบบเต็มไปหมด อาจจะเป็นเพราะสมัยนี้ สื่อเข้าหาง่าย อย่าง TCDC หนังสือ แมกกาซีนดีๆเต็มไปหมด สมัยพี่ มีแต่หนังสือห้องสมุด ถ้าไปเปิดเล่มเชยๆ เราก็เชยไปด้วย ถ้าหนังสือไม่เข้า เราก็ไม่ได้รับอะไรใหม่ๆ เพราะแต่ก่อนพี่ทำงานด้วยหนังสือ

[Q.] ผลงานที่ได้รางวัล หรือภาคภูมิใจ :

พี่ไม่ประกวดแบบ แต่สำหรับงาน พี่ภูมิใจในทุกงานครับ พี่ขอบคุณลูกค้าที่ทำให้เราได้เรียนรู้ ทุกงานเหมือนโจทย์คอยฝึกเรา ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่ พี่จะไม่ยัดเยียดความชอบของตัวเองให้ลูกค้า สถาปนิกใหม่ๆมักมีข้อเสียตรง ชอบงานนั้น งานนี้อยู่ลึกๆ แล้วจะเอามาใส่ให้ลูกค้า ยื่นแคนทีรีฟยาวๆ บางๆออกมา แล้วบอกลูกค้าว่าสวย แต่ลูกค้าเค้าไม่เห็นว่าสวยด้วย เป็นความใฝ่ฝันของสถาปนิก ไม่ใช่ลูกค้า เค้าไม่ได้อยากได้ เค้าต้องอยู่ตลอดชีวิต แต่เรากลับเอางานที่เราเห็นว่าสวยด้วยความชอบส่วนตัว มาภูมิใจ แล้วเอาไปอวดต่างๆนานา พี่ว่าตรงจุดนี้ที่สถาปนิกต้องระวัง หรือบางที ก็อย่าคิดว่าเราเก่งแล้ว ได้งานออกแบบบ้าน ร้อยล้านมา เจ้าของบ้านอายุก็ สี่ซาห้าสิบ ไปต่างประเทศมาเยอะกว่าที่เราเคยไป เห็นอะไรมากกว่าเรา เก่งกว่าเราอยู่แล้ว ส่วนเราถ้าบ้านแค่ ห้าหกล้านยังไม่เคยอยู่ จะไปรู้ได้ยังไงว่าบ้านร้อยล้านเค้าจะอยู่แบบไหน เราต้องศึกษา เรียนรู้ให้มากๆ

[Q.] บริษัทของพี่ชำนาญในด้านไหน หรือเชี่ยวชาญด้านไหนเป็นพิเศษคะ :
ออกแบบบ้าน หรือบางทีก็งานใหญ่ๆ อย่างบ้าน 250 ล้าน ที่จอดรถ 30 คัน สระว่ายน้ำ 25 เมตรอะไรแบบนี้ก็มี

[Q.] แล้วส่วนมากเป็นในกรุงเทพหรือต่างจังหวัดคะ :
ส่วนมากพี่จะเรับเฉพาะงานในกรุงเทพ เพราะพอไปต่างจังหวัด จะคุมไม่ค่อยถึง

[Q.] พี่กรถนัด ชำนาญการทำงาน/ถนัด ด้านไหนคะ :

ด้านการออกแบบ แล้วก็บริหารจัดการ ส่วนงานคุมไซท์ ก็ให้ลูกน้องทำหรือส่งวิศวกรไปคุมมากกว่า

[Q.] อยากทราบวุฒิตอนนี้ค่ะ :
ภาคีสถาปนิก แต่ไม่ได้เซ็นนะ ให้ลูกน้องเซ็นมากกว่า ผลักดันแล้วก็ให้ความสำคัญกับลูกน้องด้วย

[Q.] สิ่งที่ใช้ดูเวลารับคนเข้าทำงาน :
Portfolio เป็นหลัก ส่วนเรื่องสถาบัน หรือเกรดพี่เห็นว่าเป็นเรื่องรองนะ เรียนดีแต่ไม่มีกึ๋นก็มี ค่าของคนอยู่ที่งานมากกว่า รอบรู้ เพื่อนเยอะดีกว่า อย่างบางคนเกีรตินิยมไป แต่ ถึก เชย เฉิ่ม เรียนหนังสือเก่งโคตรๆ(ขออนุญาตใช้คำตามที่สัมภาษณ์ เพื่ออรรถรสในการอ่าน) จำเก่ง เลคเชอร์ดี ก็น่าจะไปทำงานพวกตรวจสอบอาคาร กฎหมายเป๊ะๆ อะไรแบบนั้นมากกว่า ถ้าจะมาทำพวกออกแบบก็ไม่เหมาะแล้ว จะทำงานก็ต้องเลือกด้านที่เหมาะกับตัวเองด้วย

[Q.] พบกับปัญหาในการทำงานอะไรบ้างคะ :
เรื่องที่เจอเรื่องแรกเลยก็คือเรื่องเงิน เพราะตอนแรกๆที่ทำงาน connection ยังน้อย สายป่านสั้น เรียกค่าแบบได้น้อย เพราะความที่ประสบการณ์น้อย ไม่น่าเชื่อถือ อย่างลูกค้าถามอะไรมาซักร้ยอข้อ ตอบได้แค่สองข้อ แล้วใครจะกล้าให้ออกแบบบ้านให้ อย่างสมมุติ ถ้าออกแบบบ้าน สองล้าน แปดล้าน ถ้าจบมาใหม่ๆ หน้าเด็กๆเนี่ย เรียกแค่ 50,000 ยังไม่ค่อยกล้า รวมทั้งเรื่องการพูดการจา เรื่อง อีโก้นี่ ต้องเก็บไว้ที่บ้านเลย

[Q.] เศรษฐกิจที่ขึ้นๆลงๆในปัจจุบัน มีผลอะไรกับบริษัท หรืองานบ้างมั๊ยคะ :

ลูกค้าที่บริษัทของพี่เป็นลูกค้า ไฮเอ็น หลังใหญ่ ไม่มีปัญหาการใช้จ่ายเงิน ไม่ต้องกู้เงินสร้างบ้าน ส่วนมากเป็นลูกค้าเงินสด บ้านร้อยล้านก็จ่ายเลย เศรษฐกิจดีขึ้นหรือแย่ลง ปัจจัยสี่ก็ยังต้องใช้ เคยกินข้าวยังไงก็กินอย่างนั้น แค่อาจจะมีผลให้ตัดสินใจช้าลงนิดหน่อย

[Q.] ค่าครองชีพ ค่าแบบที่ได้ในปัจจุบันของสถาปนิก พี่คิดว่ามีความเหมาะสม หรือไม่เหมาะสมยังไงบ้างคะ :
พี่ใช้เรทจากสมาคมในการอ้างอิงค่าแบบ แต่ไม่ได้ใช้เรทตามนั้น งานพี่ให้มากกว่าเลขเรทที่กำหนดไว้ ตัวเลขก็ต้องมากขึ้นตามงาน ถ้าทำแบบของสมาคมก็จะทำงานแค่นั้น ลูกค้าบางคนก็เลยโดนสถาปนิกหลอก บ้างก็โดนโกง เพราะบางที ถ้าคิดเรทแบบสมาคม ทำงานมากๆอย่างที่ตั้งใจ ก็เหนื่อยเพราะค่าเรทของสมาคมค่อนข้างต่ำ อย่างที่ทำงาน ก็ต้องจ้างลูกน้อง ห้องทำงานก็ต้องมีเก้าอี้นั่งดีๆ โต๊ะสวยๆ บรรยากาศคิดงานดีๆ คอมจอแบน จอใหญ่ๆ ไม่แบนคิดงานไม่ออก(ฮา) ทั้งหมดนี้ก็เป็นต้นทุนให้ได้งานดีๆ พวกดีไซเนอร์ก็ใส่ใจอะไรเล็กๆน้อยๆแบบนี้อยู่แล้วด้วย เรทของสมาคมพี่ว่าเป็นแค่จุดเริ่มต้น ส่วนเรื่องชาร์จเพิ่มก็ไปตามเหตุผลมากกว่า

[Q.] สถาปนิกในดวงใจคือใครคะ :
พี่ก็ชอบสถาปนิกเยอะแยะ ทั้งคนไทย คนต่างประเทศ อย่างมิสแวนเดอโรห์ แฟรงก์ก็ชอบตรงที่ดีเทลเค้าเยอะ แต่คนอื่นๆก็ชอบเหมือนกัน แต่ละคน งานแต่ละงาน เค้าเก่งกันคนละเรื่อง ไม่มีไอดอล(อย่างที่เรียกกันตอนนี้) อย่างถ้าบอกว่าไอดอลอยากถือตามแบบอย่างคนนั้นคนนี้ จริงๆแล้วงานเค้าดี แต่นิสัยเค้าอาจจะไม่ดีก็ได้ หรืออย่างอันโดะ ก็เคยต่อยมวยมา แต่ก็มาออกแบบได้ ถ้าลูกค้าถามว่าเคยทำอะไรมา แล้วอันโดะตอบว่าต่อยมวย สิ่งแรกที่ลูกค้าคิดเลยก็น่าจะเป็น ต่อยมวยแล้วจะมาสร้างบ้านให้ชั้นได้มั๊ยเนี่ย

[Q.] พี่คิดว่า เด็กที่เพิ่งจบในปัจจุบันควรจะเรียนต่อ หรือเรียนเพิ่มด้านไหนบ้างรึเปล่าคะ :
แล้วแต่คนนะ ว่าอยากจะทำอะไรต่อ เพื่ออะไร หาจุดยืนขอตัวเองก่อน ถ้าอยากจะทำงานออกแบบ ก็น่าจะทำงานหาประสบการณ์ แต่ถ้าอยากอัพดีกรี เป็นอาจารย์ ก็ไปเรียนต่อ
เด็กนอกบางคนกลับมาทำอะไรไม่เป็นก็มี เรียนไทยบางทียังยากกว่าเลย บางคนไปเรียนนอก เพราะอยากไปอยู่เมืองนอกเป็นหลัก เรื่องเรียนเป็นเรื่องรอง

[Q.] แล้วอย่างนี้้ภาษาจำเป็นมากมั๊ยคะ :
ไม่จำเป็นถึงขั้นนั้นนะ แต่ถ้ามีก็เป็นเสน่ห์ อย่างพี่เคยไปติดต่องานที่อิตาลี ไปลุยงาน ก็จำเป็นอยู่เหมือนกัน มันเหมือนเป็นอาวุธลับมากกว่า
ถ้ามีก็ดี

[Q.] สุดท้ายนี้ พี่มีข้อแนะนำแก่รุ่นน้องว่าอย่างไรบ้างคะ:
เสก็ตช์ให้เยอะๆ ไอเดียคิดเยอะๆ ใช้ดินสอ ใช้กระดาษร่าง ไม่ใช่เอะอะอะไรก็คอมพิวเตอร์ ใช้คอมให้น้อยๆ แต่ต้องใช้ให้เป็น”

———-จบบันทึกการสัมภาษณ์———-

ขอขอบคุณ

-พี่กร ที่เคยติวให้จนข้าพเจ้าเอ็นท์ติด เป็นแรงบันดาลใจเล็กๆ จนได้ร่ำเรียนมาจนถึง ปี 5 แล้ว และสละเวลาอันมีค่ามาให้สัมภาษณ์แก่น้องติวเก่าแก่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว

-พี่โบว์ บ. Brown Houese ที่ให้ข้าพเจ้าโทรไปหาอยู่หลายรอบและคอยติดต่อเรื่องให้ถึงมือพี่กร และได้บันทึกสัมภาษณ์นี้มาในที่สุด

-อ.ไกรทอง ที่สั่งQ. นี้ขึ้นมา ทำให้ข้าพเจ้าได้กลับไปติดต่อกับรุ่นพี่ และมีเรื่องจะคุยด้วยอีกครั้ง(เพราะบางครั้งโทรไปก็ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรดี)

ข้าพเจ้าคิดว่า ความรู้ ประสบการณ์จากรุ่นพี่เล่าสู่รุ่นน้อง คงเป็นประโยชน์กับผู้อื่นไม่มากก็น้อย รวมถึงข้าพเจ้าเองตอนสัมภาษณ์ก็เหมือนโดนสอนเองไปด้วย (^_^”)
ที่ได้เรื่องราวกลับไปคุยกับพี่ที่เคยติวมา ตั้งแต่ยังไม่เข้าสถาบัน จนตอนนีใกล้จะจบออกไปทำงานสายอาชีพเดียวกันกับรุ่นพี่แล้ว แต่ก็ยังห่างไกล และยังคงต้องให้เหล่ารุ่นพี่คอยเสี้ยมสอนอยู่อีกมากโข

———————————————————————-

บริษัท บราวน์เฮ้าส์ จำกัด
http://www.brown-houses.com
null
ที่อยู่ :รายละเอียด :บริษัท บราวน์เฮ้าส์ จำกัด 255 อาคารคาซ่า โรยัล ชั้น 1 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดเกี่ยวกับบริษัท :
บริษัท บราวน์เฮ้าส์ จำกัดประกอบกิจการทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรม คำนวณ ออกแบบ ตกแต่งอาคารที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์
ลักษณะกิจการ :
บริการทางสถาปัตยกรรม
จัดให้บริการออกแบบและดำเนินงานก่อสร้างอาคารและบ้าน ช่วยสร้างความต้องการของลูกค้าให้บรรลุผล สามารถจัดให้บริการทั้งโครงการขนาดใหญ่และเล็ก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ตั้งและความต้องการของลูกค้า
ปีที่จดทะเบียน : 2547
———————————————————————-
โรงเรียนสอนศิลปะ เด็กไทยสร้างสรรค์

โรงเรียนเด็กไทยสร้างสรรค์ โดย อาร์ท ฟอร์ เอ็นท์ เป็นโรงเรียนศิลปะเล็กๆ
ที่เปิดสอนศิลปะ สำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่มีใจรัก ทั้งศิลปะสำหรับเด็กเล็ก น้องๆมัธยม ศิลปะสำหรับเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย
และศิลปะสำหรับบุคคลทั่วไป ในหลากหลายวิชา
http://www.dekthaischool.com/


Leave a Comment so far
Leave a comment



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s



%d bloggers like this: